Lacuna: ความเที่ยงตรงในสังคมบิดเบี้ยว
ชั่วขณะแรกที่ผมเห็นภาพปกของ Lacuna ผมตั้งแง่ว่าเกมนี้เป็นเกมสืบสวนสอบสวนที่เสริมเติมแต่งด้วยความหรูหราของโลกอนาคตเพียงเท่านั้น แต่เกมนี้กลับพิสูจน์ว่าผมคิดผิด Lacuna มีทั้งเรื่องราวของคนธรรมดา ความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ และการตั้งคำถามกับระบบยุติธรรมที่ถูกสอดแทรกระหว่างการสืบคดีในเกมที่กระชับ น่าติดตาม จนลืมตัวว่าเล่นเกมจนจบแล้ว
Overview
Lacuna บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหน้าที่สืบสวน Neil Conrad จากจุดเริ่มต้นในคดีการลอบสังหารทูตจากต่างดาวที่มาเพื่อลงนามความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาว ก่อนที่เรื่องราวจะเผยให้เห็นความเน่าเฟะของสังคมที่เป็นจุดกำเนิดของทุกสิ่ง ในแต่ละคดีผู้เล่นทำการสืบหาเบาะแสในสถานที่เกิดเหตุด้วยการคุยกับผู้คนและสำรวจสิ่งของ ในท้ายที่สุดทำการสันนิษฐานด้วยการเติมคำในช่องว่าง
ก็ฟังดูธรรมดาอย่างที่คาดไว้ แล้วเกมนี้มีอะไรพิเศษล่ะ?
เนื้อแท้ของ Lacuna คือเกม Choice matter ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลือกจากปฏิสัมพันธ์ของตัวละครที่ส่งผลต่อเส้นเรื่องแต่ผลลัพธ์การสืบสวนก็มีผลเช่นเดียวกัน โดยปกติข้อผิดพลาดไม่เคยเป็นเรื่องใหญ่ในเกมแนวนี้ ถ้าคุณตอบผิดคุณก็แค่ตอบใหม่ไม่ก็ลองไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถูก แต่ในเกมนี้ข้อสันนิษฐานที่ผิดพลาดอาจเป็นอาวุธที่หันไปทางผู้บริสุทธิ์ที่เราควรจะปกป้อง ด้วยเหตุนี้ Lacuna เป็นเกมที่ต้องตั้งใจคิดให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตอบ ต้องคิดถึงทุกความเป็นไปได้ ต้องตรวจสอบข้อสมมติฐานของเราซ้ำสอง เพราะเรามีเพียงแค่โอกาสเดียวเท่านั้น
Does the choice really matter?
ผมมักจะตั้งคำถามกับเกมประเภท Choice matter เสมอว่าทางเลือกและการกระทำของเราส่งผลต่อเหตุการณ์ในเกมจริงหรือไม่หรือสิ่งที่ดูเหมือนทางเลือกเป็นเพียงทางเลือกลวงเท่านั้น ข่าวดีคือทุกอย่างที่เราทำในเกมนี้ล้วนส่งผลให้เราเห็นได้ด้วยตาของเราเอง Lacuna เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ยากลำบากในระหว่างการสืบสวน คุณจะยอมใจอ่อนกับผู้ต้องสงสัยแลกกับความคืบหน้าของการสืบคดีหรือไม่ คุณเลือกที่จะบอกความจริงทั้งหมดกับผู้บังคับบัญชาหรือไม่ หรือคุณจะยอมปล่อยผู้ต้องหาไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมหรือเปล่า ผลกระทบของสิ่งที่คุณตัดสินใจจะแสดงให้เห็นในหลายระดับตั้งแต่เป็นข่าวผ่านตา คำขอบคุณผ่านข้อความส่วนตัว หรือกระทั่งส่งผลต่อการสืบคดีและเนื้อเรื่องหลักที่คุณเล่น สิ่งนี้ทำให้โลกในจินตนาการดูเหมือนจริงและทางเลือกของผู้เล่นนั้นสำคัญเสมอ
โดยปกติแล้วเกม Choice matter หรือเกมที่มีหลายฉากจบมักจะมีตัวบ่งชี้ว่าตัวเลือกไหนดีที่สุดหรือฉากจบไหนคือสิ่งที่แท้จริงแต่ใน Lacuna กลับไม่เป็นเช่นนั้น ในเกมนี้ตั้งคำถามกับหลักการที่เรายึดถือ เราเลือกที่จะยึดถือกฎหมายหรือจะอยู่ฝั่งของความยุติธรรม เราจะเลือกหน้าที่การงานหรือเราจะเลือกครอบครัว เราเลือกที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนกลุ่มหนึ่งหรือเลือกที่จะหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างดวงดาว ใน Lacuna ไม่มีตัวเลือกที่ดีหรือแย่อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีทั้งคู่หรืออาจจะแย่ทั้งคู่ สิ่งนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของการตัดสินใจในระหว่างการเล่นของเรา ในตอนสุดท้ายเราอาจจะดูเหมือนเราทำผิดพลาดแต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นประกอบสร้างเป็นตอนจบที่รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของจากการเลือกของเราเอง
กฎหมายในสังคมที่บิดเบี้ยว
แก่นหลักของ Lacuna คือการตั้งคำถามกับกฎหมาย ระบบยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์เลือกที่มอบอำนาจให้คนบางกลุ่มในการตัดสินชี้ถูกผิด แต่ถ้าระบบยุติธรรมไม่ได้เที่ยงตรงแล้วกฎหมายจะยังเป็นตัวแทนของความยุติธรรมหรือไม่? Lacuna ค่อย ๆ พาเราไปสัมผัสเรื่องราวของกลุ่มคนชายขอบในสังคมที่ความเหลื่อมล้ำถูกแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน ในขณะที่คนชั้นบนอยู่อย่างสุขสบายได้มองเห็นท้องฟ้าและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแต่คนชนชั้นล่างต้องอาศัยอยู่อย่างเบียดเสียด สกปรก และอันตราย
นอกจากสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นคนชายขอบยังถูกกดทับซ้ำจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากกฎหมายและผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ระหว่างการเล่นเราจะได้พบตัวละครที่เป็นผู้อพยพจากต่างดาวที่ล่มสลาย ผู้อพยพกลุ่มนี้ถูกมองว่ามาจากดาวที่ล้าหลัง คลั่งศาสนา และไม่ได้มีอารยธรรมเท่ากับดาวที่เราอาศัยอยู่ ด้วยเหตุนี้ทางเลือกในการประกอบอาชีพของตัวละครจึงมีไม่มากนักและจำเป็นต้องลงนามในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเพื่อความฝันในการได้เรียนมหาวิทยาลัย สิงนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็รถึงความย้อนแย้งของสังคมที่นำเสนอตัวเองด้วยความภาคภูมิว่าเป็นสังคมแห่งเสรีภาพและภารดรภาพ
แม้เรื่องราวของกฎหมายและความยุติธรรมที่บิดเบี้ยวเป็นหนึ่งในแนวเรื่องคลาสสิคแต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวและจับต้องได้เสมอ หากมองเทียบกับสังคมไทยในปัจจุบันเราก็ยังเห็นกรณีที่กฎหมายถูกนำมาใช้อย่างไม่เป็นธรรมกับคนกลุ่มน้อยในสังคมเสมอ การฟ้องเพื่อปิดปากคนที่เรียกร้องการตรวจสอบบริษัทและองค์กรอิสระ การตีความกฎหมายเกินขอบเขตเพื่อใช้ “ลงโทษ” คนที่แสดงออกทางการเมืองในขั้วตรงข้าม การปฎิบัติกับคนชายขอบและผู้อพยพเหมือนเป็นประชากรชั้นสอง ซ้ำร้ายองค์กรที่ตัดสินชี้ถูกผิดยังบิดเบี้ยวและถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามในนามของความยุติธรรมที่ห้ามตั้งคำถามและห้ามเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้ทำให้โลกสมมติในเกมดูจริงขึ้นมาและทำให้ผู้เล่นได้คิดตามเสมอไม่ว่าจะถูกเล่าซ้ำกี่ครั้งก็ตาม
ข้อวิจารณ์
Lacuna นำเสนอเนื้อเรื่องได้กระชับและไหลลื่นแต่ก็ยังมีจุดบกพร่องหลายอย่างที่ทำให้ตัวเกมไม่ได้ลื่นไหลเท่าที่ควรจะเป็น เวลาส่วนใหญ่ของเกมถูกใช้ไปการสืบสวนในพื้นที่หนึ่งที่ต้องเดินวนซ้ำไปมา แต่การเดินทางในพื้นที่ซับซ้อนเข้าขั้นย่ำแย่และไม่มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอนาคตที่มีเทคโนโลยีช่วยเหลือแม้แต่น้อย แม้แต่ตัวเกมยังรู้ถึงจุดบกพร่องนี้ในบางครั้งจึงใส่ลูกศรเพื่อนำทางและบทพูดของตัวละครที่เตือนว่าคุณเดินไปผิดทางหรือหลงทางแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นระบบการจัดการประวัติการสนทนาไม่ได้แยกหมวดหมู่ตามเวลาหรือตัวละครที่เราไปคุยด้วย ทำให้การตามสืบคดีที่ต้องใช้เบาะแสในอดีตเป็นเรื่องที่ชวนหงุดหงิด สิ่งนี้ทำให้การสืบสวนไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกับโลกอนาคตที่ตัวเกมต้องการนำเสนอ แม้แต่ตัวผมเองยังหลงลืมว่าเราอยู่ในโลกอนาคตเพราะหลายอย่างดูล้าหลังและคล้ายคลึงกับโลกปัจจุบันเหลือเกิน
โดยสรุปแล้ว Lacuna ไม่ใช่แค่เกมสืบสวนสอบสวนที่เอาภาพของโลกอนาคตมาฉาบทับเท่านั้น ทั้งเนื้อเรื่องและการสืบสวนเต็มไปด้วยตัวเลือกที่ยากจะตัดสินใจเพราะเรารู้ว่าทุกสิ่งล้วนส่งผลกับโลกในเกมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ตัวเกมยังสอดแทรกประเด็นใกล้ตัว เช่นความอยุติธรรม กลุ่มคนชายขอบ และผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำเข้ามาในระหว่างช่วงเวลาการเล่นได้อย่างกลมกล่อมในช่วงเวลาอันสั้น
Comments
Post a Comment